ทีมฟุตบอล

ย้อนหลังสาเหตุการทำแชมป์ลื่นหลุดของลิเวอร์พูลในปี 2013/2014

ว่ากันว่าความสำเร็จมักจะต้องรอนานเสมอ และไม่มีใครจดจำผู้เป็นที่สองได้ แต่นั่นใช้ไม่ได้กับทีมลิเวอร์พูลภายใต้การนำทีมของเบรนเดน รอดเจอร์สที่ใช้ระบบการเล่นต่อบอลสวยงามและทำเกมรุกที่เฉียบคมจนทำให้ทีมสามารถทำประตูไปได้มากถึง 101 ลูกจากกองหน้าสามประสานของทีม แต่ถึงแม้พวกเขาจะมีสถิติเกมรุกที่ดีเยี่ยมก็ตาม แต่สุดท้ายพวกเขากลับเป็นได้แค่รองแชมป์อย่างน่าเจ็บใจ รวมทั้งพวกเขายังคงเป็นที่พูดถึงจากบรรดาแฟนบอลทีมอื่นจากเหตุการณ์ที่หงส์แดงเจอกับเชลซีช่วงท้ายฤดูกาล จนเป็นบาดแผลครั้งใหญ่ที่ต้องใช้เวลาอีก 6 ปีเพื่อลืมความฝันร้ายครั้งนี้เลยทีเดียว การก่อกำเนิดเกมรุกที่ยอดเยี่ยม ด้วยความที่รอดเจอร์สเป็นผู้จัดการที่เน้นเกมบุกเป็นหลัก ตั้งแต่สมัยที่เขายังอยู่กับหงส์ขาวสวอนซีจากเวลส์ โดยรูปแบบการเล่นของเขาถือว่าใกล้เคียงกับตีกี-ตากาของเป็ป กวาดิโอล่าเลยทีเดียว จากการต่อบอลที่แม่นยำภายใต้การคุมเกมของสตีเฟ่น เจอร์ราดและฟิลิเป้ คูตินโญ่จากแดนกลางนี่เองที่ส่งต่อให้กองหน้าอย่างหลุยส์ ซัวเรซและเดเนียล สเตอร์ริดจ์สามารถทำประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำรวมถึงดางรุ่งอย่างราฮีม สเตียร์ลิ่งที่ทำประตูได้ถึง 10 ประตูด้วย รวมถึงแถวสองอย่างโฆเซ่ เอนริเก้และเกล็น จอห์นสันที่พร้อมจะเป็นไม้ตายลับให้กับทีมเสมอ สองนัดกับ 5 คะแนนที่หายไป แม้ว่าลิเวอร์พูลจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอยู่อันดับ 2 ในตาราง แต่ทว่าในช่วงท้ายฤดูกาล 2013/2014 พวกเขาเริ่มมีแรงฮึดขึ้นมา ก่อนที่จะเปิดบ้านเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ทีมอันดับหนึ่งในขณะนั้นด้วยสกอร์ 3-2 จนกลายเป็นจ่าฝูงแทนและพวกเขามีแต้มเหนือทีมเรือใบสีฟ้าถึง 4 แต้ม และเหลือเกมให้เล่นเพียง 4 เกมเท่านั้น แต่ทว่าจุดหักเหของทีมหงส์แดงก็เกิดขึ้นเมื่อจังหวะเติมขึ้นสูงของทีมในเกมเชลซีและจังหวะที่ผิดพลาดของสตีเฟ่น เจอร์ราดจับบอลพลาดจนเดมบ้า บากองหน้าของเชลซีตัดบอลเข้าไปทำประตู ก่อนที่พวกเขาจะแพ้ไปในสกอร์ 2-0 แม้ว่าพวกเขาจะยังสามารถเป็นจ่าฝูงหลังการพ่ายแพ้ก็ตาม แต่ด้วยความกดดันที่พวกเขาต้องการทำประตูให้เยอะที่สุด จึงทำให้พวกเขาพลาดโดนคริสตัล พาเลซตีเสมอในสกอร์ …

ความพ่ายแพ้ของบาร์เซโลน่า ฤดูกาล 2019 ที่น่าผิดหวัง

สำหรับชาวคาตาลันแล้ว ฤดูกาล 2019/2020 ถือเป็นช่วงที่พวกเขาคงรู้สึกผิดหวังกับทีมรักอย่างบาร์เซโลน่าเป็นที่สุด หลังจากที่สโมสรเจ้าของฉายาเจ้าบุญทุ่มไม่สามารถคว้าถ้วยรางวัลใด ๆ มาประดับตู้ได้เลย ภายใต้การนำทีมของเออร์เนสโต้ บัลเบอร์เด้และกีเก้ เซเตียนที่ไม่ประสบความสำเร็จจนมีข่าวลือออกมาว่านักเตะชื่อดังหลายคนไม่พอใจกับการบริหารทีม ก่อนจะต้องการออกไปจากรังคัมนูนี้อย่างถาวร ไม่เว้นแม้แต่ลีโอเนล เมสซี่นักเตะลูกหม้อของทีมที่ไม่พอใจในตัวประธานอย่างโจเซป บาร์โตเมวอย่างมาก และอาจไม่อยู่กับสโมสรต่อไปจนจบอาชีพเหมือนกับตำนานคนอื่น ๆ ก่อนหน้าเขา ผลงานในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกที่ไม่ถึงฝัน แม้ว่าบาร์เซโลน่าจะมีช่วงผลงานที่ดีในรายการใหญ่ที่สุดในยุโรปอย่างยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกในช่วงที่พวกเขามีกุนซืออย่างเป็ป กวาดิโอล่าเป็นผู้นำในปี 2008 ถึง 2012 แต่หลังจากนั้นบาร์ซ่ากลับไปไม่ถึงฝั่งฝันอยู่บ่อยครั้ง และมักจะพลาดท่าที่รอบรองชนะเลิศเสมอ ทางด้านฤดูกาลที่ผ่านมาพวกเขาสามารถเป็นผู้นำในรอบแบ่งกลุ่มได้เหนือทีมอย่างโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อินเตอร์มิลานและสลาเวีย ปรากไปได้ ก่อนที่บาร์เซโลน่าจะไปเจอกับนาโปลีและเอาชนะไปได้แบบไม่ยากเย็นนัก ทว่าในรอบ 8 ทีมสุดท้ายพวกเขาต้องไปเจอของแข็งอย่างเสือใต้บาเยิร์น มิวนิค ก่อนที่พวกเขาจะพ่ายแพ้ไปแบบหมดรูปในสกอร์ 8-2 นับว่าเป็นการพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์รายการนี้เลยทีเดียว การถูกแซงหน้าโดยคู่แข่งตลอดกาล หลังจากที่สามารถครองอันดับหนึ่งมาได้ตลอดก่อนที่ฤดูกาลจะดูระงับไปชั่วคราวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนกระทั่งทางลาลีกาจะกลับมาแข่งขันอีกครั้ง แต่บาร์เซโลน่ากลับพลาดท่าทำคะแนนหกไปหลายเกม ไม่ว่าจะเป็นการเสมอกับเซบีย่าไปแบบไร้สกอร์ ก่อนที่จะพลาดเสมอกับเซลต้า บีโก้อีกครั้งในเกมที่ 2 ประตูของหลุยส์ ซัวเรซไม่เพียงพอต่อการคว้าสามคะแนน จนกระทั่งในแมตช์รองสุดท้ายของลีกที่พวกเขาแพ้คาบ้านให้แก่โอซาซูน่าจนเปิดทางให้รีล มาดริดที่เอาชนะบียารีลไปได้ 2-1 คว้าแชมป์ลีกไปได้เป็นครั้งที่ 34 ของสโมสร …