นักฟุตบอล

ชีวิตที่น่าผิดหวังของอดีตกองหน้า เอเดรียน มูตู

หากใครเคยเล่นเกมฟุตบอลอย่างวินนิ่งหรือฟีฟ่า คงต้องรู้จักสุดยอดกองหน้าแห่งยุค 2000 อย่างเอเดรียน มูตูอย่างแน่นอน ด้วยสไตล์การเล่นที่ฉลาด ทักษะและการอ่านเกมของเขาทำให้กลายเป็นดาวเด่นในลีกกัลโช่ ซีรีย์อาของประเทศอิตาลีและเป็นที่จับตามองในบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรป แต่ทว่าด้วยความประพฤติของเขาเองทำให้ชีวิตนักเตะชาวโรมาเนียนี้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร รวมทั้งต้องขึ้นโรงขึ้นศาลและย้ายทีมเป็นว่าเล่น จนกลายเป็นเรื่องน่าเสียดายของวงการฟุตบอลที่กองหน้าพรสวรรค์สูงคนนี้ไม่อาจไปถึงดวงดาวได้อย่างที่หลายคนคาดการณ์ไว้ ก้าวสู่จุดสูงสุดในชีวิต หลังจากที่เริ่มเล่นฟุตบอลในทีมอาร์เกสที่ประเทศบ้านเกิด เอเดรียน มูตูได้ย้ายมาสู่ทีมอินเตอร์ มิลานก่อนที่เวโรน่าจะขอซื้อตัวกองหน้าคนนี้แบบการถือสัญญาคู่กับทีมต้นสังกัด ก่อนที่จะช่วยให้ทีมรอดพ้นการตกชั้นไปได้ในที่สุดและทำให้เวโรน่าขอซื้อตัวมาอย่างถาวร หลังจากนั้นเพียงหนึ่งฤดูกาลเท่านั้นมูตูก็ย้ายไปร่วมทีมเก่งในอดีตอย่างปาร์ม่า ซึ่งเป็นช่วงที่เขาได้ร่วมงานกับนักเตะอย่างอาเดรียโน่และฮิเดะโตชิ นากาตะ จนโชว์ฟอร์มเก่งสามารถทำประตูไปได้ถึง 22 ลูกในหนึ่งฤดูกาล ก่อนที่สโมสรยักษ์ใหญ่จากเกาะอังกฤษอย่างเชลซีจะมาขอซื้อตัวเขาไปด้วยราคา 15.8 ล้านปอนด์ด้วยกัน แต่นั่นคือจุดเปลี่ยนในอาชีพค้าแข้งของเขาในเวลาต่อมา การใช้ชีวิตที่ผิดพลาดของมูตู จุดหักเหของเขาเริ่มต้นจากการเข้ามาคุมทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ที่เป็นผู้จัดการทีมเจ้าระเบียบคนหนึ่ง และการบาดหมางระหว่างมูตูกับเขาเกิดขึ้นครั้งแรก หลังจากที่มูรินโญ่ไม่เชื่อว่ากองหน้าชาวโรมาเนียคนนี้มีอาการบาดเจ็บจริง ๆ ในช่วงฟุตบอลโลก จนกระทั่งในเดือนกันยายนที่มูตูได้รับการตรวจสารเสพย์ติดและพบว่าเขาเสพย์โคเคนจนถูกแบนยาวถึง 7 เดือนด้วยกัน และเหตุนี้เองทำให้สโมสรได้ฟ้องร้องค่าเสียหายถึง 17 ล้านยูโรและยังเป็นเรื่องราวในศาลจนถึงปัจจุบัน หลังจากที่เขาออกจากเชลซี ทางมูตูก็ได้ย้ายไปร่วมทีมใหญ่มากมายทั้งยูเวนตุสและฟิออเรนติน่าจนอนาคตของเขาเริ่มกลับมาสดใสอีกครั้ง จนกระทั่งปี 2011 ที่เขาไม่ผ่านการตรวจสารกระตุ้นจนถูกแบนไปอีกถึง 6 เดือนด้วยกัน รวมถึงโดยแบนจากทีมชาติตัวเองหลังจากที่มีคนพบว่าเขาไปนั่งดื่มแอลกอฮอล์กับเพื่อนร่วมชาติอย่างเกเบรียล ทามาสในขณะที่ทีมชาติโรมาเนียกำลังลงแข่งขันอยู่นั่นเอง เป็นเรื่องน่าเสียดายที่นักเตะอย่างเอเดรียน มูตูไม่สามารถไปถึงดวงดาวอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่าเขาจะมีชื่ออยู่ในทีมแชมป์กัลโช่ ซีรีย์อาในปี 2005 และ …

เรื่องที่แม้แต่พระเจ้ายังต้องพ่ายแพ้ของอิมบราฮิโมวิ

ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดนักเตะอีกคนหนึ่งของวงการ กองหน้าทีมชาติสวีเดนอย่างซลาตัน อิบราฮิโมวิชมักจะมีประวัติและอาชีพค้าแข้งที่ไม่ธรรมดา โดยเฉพาะการประสบความสำเร็จในทุกสโมสรที่เขาได้ไปลงเล่นให้ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศสเปน เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ อิตาลีและแม้แต่ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีรูปแบบการแข่งขันแตกต่างจากยุโรป ซึ่งซลาตันมักจะมีรางวัลต่าง ๆ ประดับตัวเสมอ แต่ทว่าตลอดอาชีพค้าแข้งของเขากลับมีหนึ่งรายการเขาไม่เคยได้สัมผัสเลยสักครั้ง จนเรียกได้ว่ามันคือหลุมดำในอาชีพค้าแข้งของเขานั่นเอง ความสำเร็จกับทุกสโมสร       ฉายาพระเจ้าของเขาถือว่าไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยหลังจากที่อิบราฮิโมวิชได้เริ่มลงเล่นกับอาแจ๊กซ์ อาร์มสเตอร์ดัมก่อนที่จะคว้าแชมป์ลีกได้ถึง 2 สมัยจากการลงเล่นที่นั่นเพียง 4  ปีโดยทำประตูได้ถึง 48 ลูกด้วยกัน จากผลงานที่ร้อนแรงนี่เองทำให้ยักษ์ใหญ่จากอิตาลีอย่างยูเวนตุสซื้อเขาไปร่วมทีมในราคา 16 ล้านยูโรก่อนจะตอบแทนทีมด้วยการพาเจ้าม้าลายเป็นแชมป์ลีกถึงสองปีซ้อน แต่หลังจากมีเหตุการณ์คอร์รัปชั่นของยูเวนตุสทำให้เขาได้แยกทางกับทีมไปอยู่อินเตอร์ มิลานแทน ซึ่งนั่นเป็นยุครุ่งเรืองของอินเตอร์ที่กลายเป็นผู้นำในลีกแทนพร้อมกับคว้าแชมป์กัลโช่ ซีรีย์อาได้อีก 3 สมัย ก่อนจะออกไปร่วมทีมในฝันของเขาอย่างบาร์เซโลน่าและคว้าแชมป์ลาลีกาได้อีกสมัย และไปเป็นกำลังสำคัญให้กับปารีส แซงต์แชร์แมงในเวลาต่อมา หลุมดำของชีวิตค้าแข้ง แม้ว่าอิบราฮิโมวิชจะพาสโมสรคว้าแชมป์ลีกสูงสุดและแชมป์ถ้วยภายในประเทศมานับไม่ถ้วน แต่ทว่าสิ่งที่เขาไม่เคยสัมผัสเลยก็คือแชมป์ถ้วยใหญ่อย่างยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีกนั่นเอง โดยเขามีโอกาสมากมายไม่ว่าจะเป็นสมัยอยู่กับอินเตอร์ มิลานที่พวกเขาทำได้เพียงเข้ารอบ 16  ทีมสุดท้ายก่อนจะพ่ายแพ้ให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปี 2009 หรือจะเป็นการตกรอบด้วยทีมเก่าของเขาในช่วงที่เขาเพิ่งย้ายมาอยู่ทีมบาร์เซโลน่าในรอบรองชนะเลิศ อีกทั้งการลงเล่นให้กับปารีส แชงต์แชร์แมงที่เขาไม่เคยไปถึงรอบชิงชนะเลิศเลยสักครั้งในตลอดเวลา 4  ปีกับสโมสรแห่งนี้ นอกจากรายการแชมป์เปี้ยนส์ลีกแล้ว อีกหนึ่งหลุมดำของชีวิตเขาก็คือการไม่ประสบความสำเร็จในนามทีมชาติสวีเดนเลย แม้ว่าในทีมของเขาจะมีนักเตะดี ๆ อย่างเฟรดดี้ ลุงเบิร์กหรือเฮนริก ลาร์สันก็ตาม …

สูตรสำเร็จของคริสเตียโน่ โรนัลโด้กับการฝึกซ้อมที่เข้มงวด

ถ้าหากพูดถึงนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกชื่อของคริสเตียโน่ โรนัลโด้กองหน้าคนสำคัญของสโมสรม้าลายยูเวนตุสจะต้องโผล่ขึ้นมาเป็นคนแรกๆ ของแฟนบอลอย่างแน่นอน ซึ่งทางโรนัลโด้มีชื่อเสียงจากการเป็นนักเตะที่มีความฟิตอยู่เสมอ แม้ว่าเขาจะมีอายุ 35 ปีแล้วก็ตาม แต่ด้วยวินัยและความขยันฝึกซ้อมของเขานั่นเอง จึงเป็นจุดเด่นให้ซีอาร์ 9 สามารถรักษามาตรฐานของตัวเองไว้เสมอ อีกทั้งจิตวิญญาณของผู้ชนะเลยทำให้เขาเป็นนักเตะที่ขยันฝึกซ้อมมากที่สุดคนหนึ่งในโลกเลยทีเดียว ซึ่งพิสูจน์แล้วผ่านคำพูดของเพื่อนนักเตะและกุนซือที่เคยร่วมทีมกับเขา คำชมจากเพื่อนนักเตะ ตัวอย่างที่บ่งบอกว่าคนอย่างคริสเตียโน่ โรนัลโด้เป็นคนขยันฝึกซ้อมที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เคยมีมาก็คงไม่พ้นคำพูดของพาทริด เอฟร่าอดีตกองหลังฝั่งซ้ายของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ร่วมทีมกับโรนัลโด้สมัยยังเล่นในพรีเมียร์ลีก โดยเขาได้พูดถึงเหตุการณ์ที่ริโอ เฟอร์ดินานด์กองหลังตัวแกร่งของทีมสามารถเอาชนะโรนัลโด้ในการเล่นปิงปองไปได้ ทว่าคนอย่างซีอาร์ 9 ไม่เคยหยุดเพียงแค่นั้น เพราะเขาลงทุนซื้อโต๊ะปิงปองไว้ในบ้านแล้วฝึกอย่างหนักถึงสองสัปดาห์ก่อนที่จะกลับมาเอาชนะริโอได้ในที่สุด นอกจากเรื่องปิงปองแล้ว คริสเตียโน่มักจะถูกเพื่อนร่วมทีมพูดถึงในแง่ดีเสมอว่าเขาเป็นคนขยันซ้อมเป็นอย่างมาก โดยมักจะมาที่สนามก่อนเวลาหลายชั่วโมงเพื่อเริ่มต้นฝึกซ้อมก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยิงฟรีคิกที่เป็นเครื่องหมายการค้าของเขาสามารถอยู่กับปีศาจแดงที่เขาฝึกการยิงจนมีเทคนิคพิเศษและสามารถทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำในปี 2009/2010 คำชมจากผู้จัดการทีม ขึ้นชื่อว่าเป็นเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันแล้วเขาย่อมมีการฝึกบางอย่างที่พิเศษกว่าคนอื่นเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ซึ่งเขานำมาปลุกปั้นตั้งแต่อายุ 18 เท่านั้น นอกจากเขาจะยกย่องว่านักเตะชาวโปรตุเกสนี้จะมีพรสวรรค์ที่สุดคนหนึ่งที่เขาเคยร่วมงานมา โดยการฝึกพิเศษหรือการรับน้องที่ยอกโค้ชคนนี้มีก็คือการให้นักเตะตัวตัดเกมอย่างรอย คีนและริโอ เฟอร์ดินานด์สามารถเล่นงานเขาในสนามได้เลย เพื่อให้เขาไม่ทำตัวอ่อนแอจนเกินไปในสนาม แม้ว่าช่วงเริ่มแรกเขาจะไม่พอใจกับการฝึกแบบนี้นัก แต่สุดท้ายโรนัลโด้ก็เข้าใจได้ว่า เขาต้องทำตัวอย่างไรในสนามจริงซึ่งคู่แข่งในพรีเมียร์ลีกมักจะเล่นงานนักเตะตัวรุกอย่างรุนแรงเสมอ ก่อนที่เขาจะเริ่มระเบิดฟอร์มร้อนแรงจนเข้าตาทีมรีล มาดริดที่มาขอซื้อตัวปีกตัวเก่งในเวลาต่อมา จะเห็นได้ว่าความสามารถของโรนัลโด้ไม่ได้มาเพียงเพราะโชคช่วยเท่านั้น แต่เป็นเพราะความพยายามอย่างหนักของเจ้าตัวนั่นเอง ทำให้เขามีอาชีพที่ประสบความสำเร็จและยังสามารถรักษาร่างกายไว้อย่างดีแม้ว่าจะเล่นฟุตบอลมากว่า 20 ปีแล้วก็ตาม เครดิตภาพ : https://pixabay.com/photos/christian-juve-football-ronaldo-4944506/