Month: October 2020

ย้อนหลังสาเหตุการทำแชมป์ลื่นหลุดของลิเวอร์พูลในปี 2013/2014

ว่ากันว่าความสำเร็จมักจะต้องรอนานเสมอ และไม่มีใครจดจำผู้เป็นที่สองได้ แต่นั่นใช้ไม่ได้กับทีมลิเวอร์พูลภายใต้การนำทีมของเบรนเดน รอดเจอร์สที่ใช้ระบบการเล่นต่อบอลสวยงามและทำเกมรุกที่เฉียบคมจนทำให้ทีมสามารถทำประตูไปได้มากถึง 101 ลูกจากกองหน้าสามประสานของทีม แต่ถึงแม้พวกเขาจะมีสถิติเกมรุกที่ดีเยี่ยมก็ตาม แต่สุดท้ายพวกเขากลับเป็นได้แค่รองแชมป์อย่างน่าเจ็บใจ รวมทั้งพวกเขายังคงเป็นที่พูดถึงจากบรรดาแฟนบอลทีมอื่นจากเหตุการณ์ที่หงส์แดงเจอกับเชลซีช่วงท้ายฤดูกาล จนเป็นบาดแผลครั้งใหญ่ที่ต้องใช้เวลาอีก 6 ปีเพื่อลืมความฝันร้ายครั้งนี้เลยทีเดียว การก่อกำเนิดเกมรุกที่ยอดเยี่ยม ด้วยความที่รอดเจอร์สเป็นผู้จัดการที่เน้นเกมบุกเป็นหลัก ตั้งแต่สมัยที่เขายังอยู่กับหงส์ขาวสวอนซีจากเวลส์ โดยรูปแบบการเล่นของเขาถือว่าใกล้เคียงกับตีกี-ตากาของเป็ป กวาดิโอล่าเลยทีเดียว จากการต่อบอลที่แม่นยำภายใต้การคุมเกมของสตีเฟ่น เจอร์ราดและฟิลิเป้ คูตินโญ่จากแดนกลางนี่เองที่ส่งต่อให้กองหน้าอย่างหลุยส์ ซัวเรซและเดเนียล สเตอร์ริดจ์สามารถทำประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำรวมถึงดางรุ่งอย่างราฮีม สเตียร์ลิ่งที่ทำประตูได้ถึง 10 ประตูด้วย รวมถึงแถวสองอย่างโฆเซ่ เอนริเก้และเกล็น จอห์นสันที่พร้อมจะเป็นไม้ตายลับให้กับทีมเสมอ สองนัดกับ 5 คะแนนที่หายไป แม้ว่าลิเวอร์พูลจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอยู่อันดับ 2 ในตาราง แต่ทว่าในช่วงท้ายฤดูกาล 2013/2014 พวกเขาเริ่มมีแรงฮึดขึ้นมา ก่อนที่จะเปิดบ้านเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ทีมอันดับหนึ่งในขณะนั้นด้วยสกอร์ 3-2 จนกลายเป็นจ่าฝูงแทนและพวกเขามีแต้มเหนือทีมเรือใบสีฟ้าถึง 4 แต้ม และเหลือเกมให้เล่นเพียง 4 เกมเท่านั้น แต่ทว่าจุดหักเหของทีมหงส์แดงก็เกิดขึ้นเมื่อจังหวะเติมขึ้นสูงของทีมในเกมเชลซีและจังหวะที่ผิดพลาดของสตีเฟ่น เจอร์ราดจับบอลพลาดจนเดมบ้า บากองหน้าของเชลซีตัดบอลเข้าไปทำประตู ก่อนที่พวกเขาจะแพ้ไปในสกอร์ 2-0 แม้ว่าพวกเขาจะยังสามารถเป็นจ่าฝูงหลังการพ่ายแพ้ก็ตาม แต่ด้วยความกดดันที่พวกเขาต้องการทำประตูให้เยอะที่สุด จึงทำให้พวกเขาพลาดโดนคริสตัล พาเลซตีเสมอในสกอร์ …